• กระดานข่าว / ภาพเหตุการณ์
  • ติดต่อเรา
Main Menu
  • หน้าแรก
  • ประวัติงานประเพณี
  • ประวัติชมรมฯ ชุมพรใต้
  • เมืองหลังสวนในอดีต
Home เมืองหลังสวนในอดีต

เมืองหลังสวน

เมืองหลังสวนในอดีต

หลังสวนในอดีต

หลังสวน เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดชุมพร บทบาทของเมืองหลังสวนในระยะแรกๆ เป็นเพียงชุมชนท่าเรือข้ามคาบสมุทร และเป็นหมู่บ้านเกษตรกรรมขนาดเล็ก  จึงต้องอยู่ภายใต้การปกครองดูแลของศูนย์อำนาจปกครองท้องถิ่น ที่มีอำนาจมากกว่าคือ "เมืองชุมพร"  จนกระทั่งต้นรับกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  จึงโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเมืองหลังสวน เป็นหัวเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ โดยตรง  ครั้งเมื่อตั้งมณฑลขึ้นในปี พ.ศ. 2439 เมืองหลัวสวนจึงเป็น จังหวัดหนึ่งของมณฑลชุมพร

ในตอนปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประเทศไทยประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจตกต่ำภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1  ทำให้ฐานะทางการคลังของประเทศไทยอยู่ในภาวะขาดดุลติดต่อกันมาหลายปี  จนสิ้นรัชกาล เป็นผลให้มณฑลชุมพรถูกยุบ และจังหวัดหลังสวน ก็ถูกยุบเป็นอำเภอเมื่อวันที่ 11 เมษายน  พ.ศ. 2475   และมีชื่อว่า "อำเภอขันเงิน" ขึ้นตรงกับจังหวัดชุมพร  และเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2481 ได้มีพระราชกฤษฎกาให้เปลี่ยนชื่อเป็น "อำเภอหลังสวน" ตามความนิยมของราษฏรส่วนใหญ่  ถึงแม้ว่า หลังสวน จะมีฐานะเป็นอำเภอ แต่ก็เป็นอำเภอที่มีความสำคัญ  จะเห็นได้ว่าในปี พ.ศ. 2492  กระทรวงมหาดไทย ได้ยกฐานะอำเภอหลังสวนเป็นอำเภอชั้นเอก โดยมี ขุนผดุงแดนสวรรค์ (ฟุ้ง รักราชการ) เป็นนายอำเภอคนแรก

อำเภอหลังสวนได้เจริญก้าวหน้าขึ้นโดยลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยที่ นายพร้อม ชูแข เป็นนายอำเภอ (19 พฤษภาคม 2504 - 3 พฤษภาคม 2509) ซึ่งได้รักษาการในตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลังสวนควบคู่ไปด้วย  ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอ, สถานีตำรวจภูธร ไปสร้างที่ใหม่หมู่ที่ 11 ต. ขันเงิน  และใช้พื้นที่เดิม ซึ่งเป็นบริเวณกำแพงเมืองสร้างตลาดเทศบาล โรงภาพยนตร์ อาคารพาณิชย์

อำเภอหลังสวนมีเนื้อที่ 937 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขต ดังนี้  (เนื้อที่ 937 ตารางกิโลเมตร เป็นข้อมูลเก่า)

ทิศเหนือ  ติดกับอำเภอทุ่งตะโก
ทิศใต้  ติดกับอำเภอละแม
ทิศตะวันออก  ติดกับอ่าวไทย
ทิศตะวันตก  ติดกับอำเภอพะโต๊ะ

แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 ตำบล 143 หมู่บ้าน ได้แก่
ตำบลหลังสวน (ได้เปลี่ยนเป็นเทศบาลเมืองหลังสวนแล้ว) ตำบลขันเงิน, ตำบลหาดยาย, ตำบลวังตะกอ, ตำบลพ้อแดง, ตำบลปากน้ำ, ตำบลบ้านควน, ตำบลบางมะพร้าว, ตำบลบางน้ำจืด, ตำบลนาพญา, ตำบลนาขา, ตำบลท่ามะพลา

หลังสวน เป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งมาตั้งแต่สมัยโบราณ ชื่อที่เรียกจึงยากที่จะหาหลักฐานได้ว่า มีความหมายอย่างไรแน่ อย่างไรก็ตาม  การหาความหมายก็คงจะสันนิษฐานจากประวัติและความเป็นมาว่ามีเหตุผลอะไร  จึงปรากฎคำว่า "หลังสวน" ขึ้น  แต่เนื่องจากเมืองหลังสวนเป็นเมืองผลไม้ประเภท เงาะ, ทุเรียน, มังคุด, ลางสาด  จนกลายเป็นสินค้าสำคัญของเมืองนี้ จึงสันนิษฐานว่า คำว่า "หลังสวน"  น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า "รังสวน" หรือ "คลังสวน"   ซึ่งหมายถึงแหล่งที่รวมของผลไม้ทุกชนิดนั่นเอง

แต่ยังมีข้อสันนิษฐานบอง "พระยาอุปกิตศิลปสาร" (นิ่ม  กาญจนาชีวะ) ซึ่งได้เขียนไว้ในเรื่อง   ไขภาษา  ซึ่งเป็นบทความสั้นๆ จบเป็นตอนๆ ใช้คำง่ายๆ มีตัวอย่างประกอบคำอธิบาย บางเร่องก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ได้ใช้เป็นแบบเรียนของชั้นประถมศึกษาปีที่เจ็ด ซึ่งเรื่องที่นำมาเป็นตัวอย่างในที่นี้คือ "ตำข้าวสารกรอกหม้อ"

"เมื่อประมาณ 17-18 ปีที่แล้ว ข้าพเจ้าไปจังหวัดหลังสวน  เมื่อเรือกลไฟถึงแล้วก็ลงเรือจ้าง ไปพักอยู่ที่ปากน้ำหลังสวน  แล้วจ้างเรือจ้างไปส่งที่ บางยี่โร ซึงศาลากลางจังหวัดอยู่ที่นั่น  เขาคิดค่าจ้างเหมาลำเป็นเงิน 4 บาท เราไปกัน 4 คน ก็แพงพอดูอยู่  เพราะทางแต่ปากน้ำถึงบางยี่โร ก็ราวจากท่าเตียนถึงถนนตก ตามที่ข้าพเจ้าคะเน เมื่อไปตามลำน้ำได้ความสันนิษฐานข้อหนึ่งถึงคำว่า "หลังสวน" จะผิดหรือถูกของฝากไว้ในที่นี้ด้วย  คือริมฝั่งทั้งสองแม่น้ำไม่เห็นมีบ้านอย่างแม่น้ำเรา  มีแต่สวนครึ้มทั้งสองฟาก มีแต่ทางขึ้นจากแม่น้ำให้เห็นเท่านั้น ถามผู้แจวเรือว่า "แถวนี้ไม่มีบ้านดอกหรือ"  เขาตอบว่า "มี  แต่อยู่หลังสวน ขึ้นไป" ต่อมาภายหลังเมื่อข้าพเจ้าไปเที่ยวตามบ้านเหล่านั้น ก็ได้เห็นจริงตามที่เขาพูดจึงสันนิษฐานนว่า "เมืองหลังสวน" คงมาจากเค้าที่บ้านเรือนอยู่ข้างหลังสวนลึกเข้าไป  หาได้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำไม่"
เมื่อข้าพเจ้าเจ้าอยู่ที่บางยี่โรหลายวัน  อยากไปเที่ยวปากน้ำบ้าง จึงได้ว่าจ้างคนแจวเรือคนเก่า เขาไม่ไป เขาตอบว่า "เงินยังมีกินอยู่"  นี่ก็แปลกหรือไม่  ข้าพเจ้าอ้อนวอนเท่าใด เขาก็ไม่ไปตอบยืนคำอยู่ว่า "เงินยังอยู่จะไปทำไมให้ลำบาก"

ยังมีอีกเรื่องหนึ่งคือ  เพื่อนของข้าพเจ้าไปพบเขาขายขนมจีนน้ำยา มีลูกพะเนียงซอยผสมกับถึ่วงอก ใบแมงลัก ลองกินดูมีรสชาดคล้ายคนกรุงเทพฯ ทำ  จึงซื้อมาเลี้ยงกัน ครั้นรุ่งเช้าไปอีก เขาบอกว่า "ยังไม่ทำเพราะเงินยังอยู่"  ถามว่าเมื่อไหร่ถึงจะทำ  เขาบอกว่า  "เงินหมดเมื่อไรก็ทำเมื่อนั้น"

 
feed-image

Copyright © 2009 ---.
All Rights Reserved.

Webdesign Tirol designed by pc-didi.