โครงการจัดเวทีสมัชชาเครือข่ายฯ ณ บ้านคลองเรือ

หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเวทีสมัชชาเครือข่ายจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และพลังงานอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 25-27 มกราคม 2555 เพื่อสร้างการเรียนรู้จากรูปธรรมของบ้านคลองเรือ ตลอดจนจากชุมชนต้นแบบอื่นๆ และร่วมกันพัฒนาแนวทางในการจัดการทรัพยากรป่า ดิน น้ำ และพลังงานไฟฟ้าอย่างสมดุลและยั่งยืน การประยุกต์หลักการเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับชุมชนชนบทและชุมชนต้นน้ำ อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน และสร้างความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และการป้องกันวิกฤตจากภัยธรรมชาติให้แก่ชุมชนต้นน้ำ และเครือข่ายภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม การศึกษาจากทั่วประเทศ
เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเตรียมความพร้อมในด้านการสื่อสาธารณะในพื้นที่ติดต่อประสานงานในพื้นที่ กับผู้ร่วมงานตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ จึงได้ประชุมและร่วมเป็นคณะกรรมการจัดงาน (ตามคำสั่งจังหวัดชุมพร) ครั้งนี้ในวันที่ 16-17 ธันวาคม 2554 ณ หมู่บ้านคลองเรือ ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร
กำหนดการ ประชุมคณะกรรมการปฏิบัติงานในพื้นที่ โครงการจัดเวทีสมัชชาเครือข่ายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
วันที่ 16-17 ธันวาคม 2554
ณ เวทีชาวบ้าน บ้านคลองเรือ ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร
วันที่ 16 ธันวาคม 2554
เวลา 13.00 น. คณะกรรมการพร้อมกันที่เวทีชาวบ้าน หมู่บ้านคลองเรือ
เวลา 13.30 น. ประชุมคณะกรรมการการจัดเตรียมงาน
เวลา 17.00 น. รับประทานอาหารเย็น ณ เวทีชาวบ้าน หมู่บ้านคลองเรือ
เวลา 18.00 น. คณะกรรมการเข้าพักตามบ้านโฮมสเตย์ ของชาวบ้าน เพื่อประเมินความพร้อมของบ้านเรือน เตรียมต้อนรับแขกในวันที่ 25-27 มกราคม 2555
วันที่ 17 ธันวาคม 2554
เวลา 07.00 น. รับประทานอาหารเช้า
เวลา 08.00 น. คณะกรรมการประชุมประเมินความพร้อมของบ้านเรือน
ภาพทั่วๆ ของการประชุมวางแผน และเส้นทางไปโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
ความสำคัญของโครงการ
- สถานการณ์ปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโลกและประเทศไทย รุนแรงมากขึ้นอุบัติภัยเรื้่องฝนแล้ง น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุ ฯลฯ เกิดบ่อยขึ้น สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการทำลายป่าต้นน้ำทั้งทางตรง (ตัดไม้) และทางอ้อม (เปลี่ยนป่าธรรมชาติมาเป็นสวน)
- ประเทศไทยเคยมีการรณรงค์อนุรักษ์ป่าไม้ในหลายครั้งและหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งการมอบธงพิทักษ์ป่า รักษาชีวิตตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ แต่ในระยะหลัง การสนับสนุนและการขับเคลื่อนเครือข่ายเหล่านี้แผ่วเบาลงไป นอกจากนี้ สังคมยังมีความคาดหวังจากชุมชนต้นน้ำ และท้ายน้ำจะมีส่วนสนับสนุนหรือมีบทบาทในการรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างไร
- ชุมชนคลองเรือ ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ได้สร้างรูปธรรมของการดำรงชีวิตที่เหมาะสมทั้งต่อตนเองและต่อสังคม ในแง่การรักษาป่าต้นน้ำ การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน การดำรงชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การปลูกพืชแบบผสมผสาน (เกษตร 4 ชั้น) และปลอดสารพิษ รวมทั้งการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชนเพื่อสนองความต้องการไฟฟ้าของคนในชุมชน
- โครงการการจัดการความรู้ด้านพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พร้อมด้วยความร่วมมือของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยชีวิตเมืองนครศรีธรรมราช) โดยการสนับสนุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคีหลักที่ขับเคลื่อนเรืองโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชน ณ บ้านคลองเรือ เล็งเห็นว่าการสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสรุปบทเรียน และการร่วมกันพัฒนาข้อเสนอนโยบายสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม พลังงาน และอาหารทีมั่นคงยั่งยืน เป็นเรื่องที่สังคมไทยต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ อีกทั้งยังเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับนโยบายของประเทศและหน่วยงานต่างๆ ดังนั้น จึงได้ริเริ่มประสานงานกับภาคีความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งสมัชชาปฏิรูปประเทศไทยเพื่อจัดทำโครงการนี้ขึ้น
วัตถุประสงค์
- เพื่อเพิ่มความรู้ ความเข้าใจ และขีดความสามารถของชมชนต้นน้ำ ในการสร้างความสมดุลและยั่งยืนของวิถีชีวิตชนบท บนฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- เพื่อสร้างความแข้มแข็งของเครือข่ายชุมชนคนรักป่าและจัดการทรัพยากรธรรมชาติบริเวณต้นน้ำ ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง การศึกาษา และสุขภาพ
- เพื่อพัฒนาแนวทางในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรม
- เพื่อยกร่างขอเสนอเชิงนโยบายและแนวทางการปฏิบัติรูประบบที่เกี่ยวข้อง อันจะทำให้เกิดความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน วิถีชนบท ทั้งในพื้นที่ต้นน้ำและพื้นที่อื่นๆ ในประเทศ
- เพื่อสร้างความตระหนักให้แก่ส่วนรวม เรืองการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยผ่านสื่อสารสาธารณะต่างๆ
โครงสร้างการจัดงาน
- การจัดเวทีสมัชชาครั้งนี้ ประกอบด้วยกิจกรรมหลักคือ การเรียนรู้มุมมองและแง่คิดใหม่ในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของคนที่อยู่ในพื้นที่ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานในกลุ่มย่อย (ฐานการเรียนรู้) การเยี่ยมชมตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม การแสดงนิทรรศการที่มีชีวิต และการร่วมกันสร้างนโยบายสาธารณะต่อรัฐบาลและสังคม
- ผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่คือประชาชนที่เป็นแกนนำ หรือสมาชิกของเครือข่ายการพัฒนาต่างๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชน รวมทั้งภาคธุรกิจที่สนใจจะทำ CSR ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และสื่อมวลชน
- โดยที่สถานที่จัดงานมิใช่ศูนย์การประชุมหรือโรงแรมขนาดใหญ่ หากแต่เป็นพื้นที่สาธารณะในชุมชน พื้นที่ในบริเวณป่า และโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชน ดังนั้น การจัดกิจกรรมและการจัดการเรื่องที่พัก อาหาร ตลอดจนการอำนวยความสะดวกอืนๆ จะมีข้อจำกัด แต่ก็จะพยายามทำให้กระบวนการดำเนินไปอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยใช้งบประมาณอย่างประหยัด
- เวทีกลางจะเป็นเวทีกลางแจ้ง ดังนั้นจึงต้องจัดกิจกรรมในช่วงค่ำหรือช่วงเช้าเท่านั้น นอกจากนี้ พื้นที่สำหรับดูงาน ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชน พื้นที่ที่ทำเกษตร 4 ชั้น ตลอดจนต้นแบบของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ หรือวิถีชีวิตอื่นๆ ที่สอดคล้องเป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่กว้างขวางนัก จึงต้องมีการแบ่งคนเป็นกลุ่มย่อยๆ หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปชม
- ส่วนที่พักสำหรับผู้เข้าร่วมงาน จะเป็นการพักอาศัยในบ้านของคนในชุมชนคลองเรือ และกางเต็นท์ในพื้นที่ที่ชุมชนกำหนด (ผู้เข้าประชุมควรเตรียมเต็นท์และอุปกรณ์กันแดด กันฝนมาด้วย แต่หากไม่มีชุมชนจะจัดหาให้)
| ภาคเช้า (ก่อนเที่ยง) |
ภาคบ่าย (หลังเที่ยง) |
ภาคค่ำ (หลังอาหารเย็น) |
|
| 25 ม.ค. 55 | - ลงทะเบียน (ชุมชนที่เดินทางมาไกล) และดูงานในชุมชน | - แลกเปลี่ยนประสบการณ์ตามความสนใจ | |
| 26 ม.ค. 55 | - ลงทะเบียน และแบ่งกลุ่มเข้าฐานเรียนรู้ (แต่ละชุมชน,เครือข่ายที่มาด้วยกัน แยกกันไปฐานต่างๆ) - แบ่งกลุ่มดูงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชน และกิจกรรมอื่นๆ ในชุมชน (หมุนเวียนจนครบ) |
- เข้าร่วมกิจกรรมฐานการเรียนรู้ (3 ฐาน) แต่ละฐานจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้ง 3 ประเด็น | - พิธีเปิด ที่บริเวณสนามหน้าโรงเรียน (เวทีกลาง) - ปาฐกถาพิเศษ - กิจกรรมนันทนาการเพื่อสร้างจิตสำนึกการพัฒนาและปฏิรูประบบในสังคม - (ผู้แทนแต่ละฐานประชุมเตรียมการยกร่างข้อเสนอนโยบายสาธารณะ) |
| 27 ม.ค. 55 | - ผู้แทนแต่ละฐาน, ประเด็นนำเสนอร่างนโยบายในเวทีกลาง - สมาชิกที่เข้าร่วมประชุมให้ความคิดเห็นและลงมติ |
- ประกาศปฏิญญา - พิธีลงนามความช่วยเหลือกันระหว่างบ้านพี่-บ้านน้อง - พิธีปิด - เดินทางกลับ |
ประเด็นการแลกเปลี่ยน
- ประเด็นที่ 1 การขยายงานธนาคารต้นไม้ : ในฐานะที่เป็นเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ (และสังคม) กับการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนและวิกฤตทางธรรมชาติ
- ประเด็นที่ 2 การประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ต้นน้ำ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ความสมดุลเพื่อการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน และอาหารปลอดภัย
- ประเด็นที่ 3 การจัดการป่าเพื่อสร้างพลังงานชุมชนและการใช้ประโยชน์จากป่าด้านอื่นๆ อย่างฉลาด
- ประสานงานหาเจ้าภาพร่วม ออกแบบและเตรียมการจัดเวทีสมัชชา
- ประสานงานเครือข่ายต่างๆ เพื่อเข้าร่วมงาน
- ขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ
- ดำเนินการจัดเวทีสมัชชา
- นำมติของสมัชชาเผยแพร่สู่สังคมผ่านสื่อต่างๆ
- แต่งตั้งผู้แทนไปเสนอมติที่ประชุมต่อรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลผล/สังเคราะห์ผล และนำผลเข้าสู่การประชุมสมัชชาปฏิรูปแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2 เดือนมีนาคม 2555
หน่วยงานที่ร่วมเป็นเจ้าภาพ
- ประชาชนทุกคนบ้านคลองเรือ, ประชาชนในตำบลปากทรง และองค์การบริหารส่วนตำบลปากทรง
- อำเภอพะโต๊ะ และจังหวัดชุมพร
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร
- หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช
- เครือข่ายธนาคารต้นไม้ และเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
- สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)
- สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
- คณะกรรมการเครือข่ายปฏิรูปเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร สมัชชาปฏิรูปประเทศไทย
- ภาควิชาการพัฒนาชุมชน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- โครงการจัดการความรู้ด้านพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ฯลฯ
- มูลนิธิปิดทองหลังพระ
- คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- เครือข่ายมหาวิทยาลัยชีวิต
- ศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก
- คณะกรรมการเครือข่ายปฏิรูปสื่อ สมัชชาปฏิรูปประเทศไทย
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
- ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริ กองทัพภาคที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (เป็นหน่วยงานที่ดูแลชุมชนที่ได้รับธงพิทักษ์ป่า)
- เครือข่ายภาคเอกชนที่ส่งเสริมการทำ CSR เรื่องความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลังงาน อาหาร
- สถาบันการศึกษาที่สอนเรื่องการพัฒนาชุมชน การพัฒนาสังคม
- ฯลฯ
ยังอยู่ในระหว่างการประสานงาน อาจมีการเพิ่มเติม หรือตัดเจ้าภาพได้ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงสถานะของบางหน่วยงานระหว่างการเป็นเจ้าภาพหลักและเจ้าภาพร่วมในภายหลัง
งบประมาณ
ร่วมสมทบจากหลายหน่วยงาน ทั้งสมทบเงินจัดงาน และ หรือช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้เข้าร่วมประชุม
กลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายหลักของเวทีสมัชชานี้ คือ แกนนำและชาวบ้านในชุมชนต้นน้ำจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากทุกจังหวัดในภาคใต้
- ชุมชนที่ได้รับธงพิทักษ์ป่า จากสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
- ชุมชน หรือเครือข่ายภาคประชาชนที่หน่วยงานที่ร่วมเป็นเจ้าภาพสนับสนุน
- เครือข่ายธนาคารต้นไม้
- เครือข่ายชุมชนของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร
- เครื่อข่ายโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชน
- เครือข่ายสหกรณ์กองทุนสวนยาง
- เครือข่ายชุมชนที่ กฟผ. สนับสนุน ได้แก่ เครือข่ายรอบโรงไฟฟ้า เครือข่ายในบริเวณสายส่งไฟฟ้า
- นักศึกษาและศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยชีวิต
- ชุมชนที่เป็นเครือข่ายของศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนฯ
- ชุมชนที่เป็นสมาชิกของเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน
- เครือข่ายยมมนา
- เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาหารปลอดภัย
- เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ป่า น้ำ ดิน)
- เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เกษตรกรรมธรรมชาติ เกษตรกรรมไร้สารพิษ และระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
- เครือข่ายคนอาสา จิตอาสา
- เครือข่ายรักษ์ป่า สร้างคน วิถีพอเพียงภาคใต้
- เครือข่าย CSR Club
- ผู้แทนสภาเด็กและเยาวชน
- นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่สนใจ
- เครือข่ายวิชาการที่สนใจเรื่องความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน ความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม การพัฒนาชุมชนและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
- ผู้แทนหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรพัฒนาเอกชน และธุรกิจเอกชนที่มีอุดมการณ์สอดคล้องกัน
- ตัวแทนฝ่ายการเมือง กรรมธิการของ สส. และ สว.
- เครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สนใจประเด็นทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง และปลอดภัยของอาหาร และพลังงาน
- สื่อมวลชนแขนงต่างๆ
- ผู้แทนสภาเกษตรกร
- ฯลฯ
ผลคาดว่าจะได้รับ
- จำนวนชุมชนที่สามารถจัดการสมดุลของวิถีชนบท ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิต และจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนเพิ่มขึ้น
- เครือข่ายชุมชนคนอยู่กับป่า และอนุรักษ์ป่า ตลอดจนเครือข่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพิ่มปริมาณและคุณภาพในการดำเนินงานมากขึ้น
- เกิดความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ มากขึ้น
- รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อเสนอนโยบายของสมัชชาไปพิจารณาและเกิดการปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรม
- ประเทศไทย ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติลดลง และมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อาหาร สุขภาพ มากขึ้น
ผู้รับผิดชอบโครงการ
- ผศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา โทร. 081-8745778 Email: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
- อาจารย์ประจำภาควิชาการพัฒนาชุมชน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
- หัวหน้าโครงการจัดการความรู้ด้านพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ฯ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
- กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการเครือข่ายปฏิรูปเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร สมัชชาปฏิรูปแห่งชาติ
- นายมานพ ประทุมทอง (โครงการการจัดการความรู้ฯ โทร. 086-9999080)
- น.ส.นฤมล พฤกษา (โครงการการจัดการความรู้ฯ โทร. 081-5404389)
- นางกนกวรรณ เกิดผลานันท์ (โครงการการจัดการความรู้ฯ โทร. 086-6981300)
- นายพงศา ชูแนม (หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ โทร. 081-8941973)
- น.ส.วันลี ชื่นเกาะสมุย (หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ โทร. 081-3888665)
- นายรุ่งโรจน์ ใหม่ซ้อน (หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ โทร. 081-9683893)
- นายธำรงค์ มั่นคง (ภาควิชาการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โทร. 081-4865976)
- น.ส.ปิยภัทร คุณเจริญ (ภาควิชาการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โทร. 02-6132534)
- น.ส. จันทนา เบญจทรัพย์ (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน โทร. 081-8676172)
- น.ส.จันทิรา เสพา (เลขานุการ ผศ.ดร.จิตติ มงคงชัยอรัญญา โทร. 085-4453362)
- นางธุวนันท์ พานิชโยทัย (คณะกรรมการเครือข่าย คปชก. โทร. 081-8300931)
- นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์ (มหาวิทยาลัยชีวิต เมืองนครศรีธรรมราช โทร. 083-1751806)
- นายมนัส คล้ายรุ่ง (ผู้ใหญ่บ้านคลองเรือ โทร. 084-8894532, 089-9716478)