Home

โครงการจัดเวทีสมัชชาเครือข่ายฯ ณ บ้านคลองเรือ

139












หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเวทีสมัชชาเครือข่ายจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และพลังงานอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 25-27 มกราคม 2555 เพื่อสร้างการเรียนรู้จากรูปธรรมของบ้านคลองเรือ ตลอดจนจากชุมชนต้นแบบอื่นๆ และร่วมกันพัฒนาแนวทางในการจัดการทรัพยากรป่า ดิน น้ำ และพลังงานไฟฟ้าอย่างสมดุลและยั่งยืน การประยุกต์หลักการเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับชุมชนชนบทและชุมชนต้นน้ำ อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน และสร้างความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และการป้องกันวิกฤตจากภัยธรรมชาติให้แก่ชุมชนต้นน้ำ และเครือข่ายภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม การศึกษาจากทั่วประเทศ
เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเตรียมความพร้อมในด้านการสื่อสาธารณะในพื้นที่ติดต่อประสานงานในพื้นที่ กับผู้ร่วมงานตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ จึงได้ประชุมและร่วมเป็นคณะกรรมการจัดงาน (ตามคำสั่งจังหวัดชุมพร) ครั้งนี้ในวันที่ 16-17 ธันวาคม 2554 ณ หมู่บ้านคลองเรือ ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

กำหนดการ ประชุมคณะกรรมการปฏิบัติงานในพื้นที่ โครงการจัดเวทีสมัชชาเครือข่ายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
วันที่ 16-17 ธันวาคม 2554
ณ เวทีชาวบ้าน บ้านคลองเรือ ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

วันที่ 16 ธันวาคม 2554
เวลา 13.00 น. คณะกรรมการพร้อมกันที่เวทีชาวบ้าน หมู่บ้านคลองเรือ
เวลา 13.30 น. ประชุมคณะกรรมการการจัดเตรียมงาน
เวลา 17.00 น. รับประทานอาหารเย็น ณ เวทีชาวบ้าน หมู่บ้านคลองเรือ
เวลา 18.00 น. คณะกรรมการเข้าพักตามบ้านโฮมสเตย์ ของชาวบ้าน เพื่อประเมินความพร้อมของบ้านเรือน เตรียมต้อนรับแขกในวันที่ 25-27 มกราคม 2555

วันที่ 17 ธันวาคม 2554
เวลา 07.00 น. รับประทานอาหารเช้า
เวลา 08.00 น. คณะกรรมการประชุมประเมินความพร้อมของบ้านเรือน

ภาพทั่วๆ ของการประชุมวางแผน และเส้นทางไปโรงไฟฟ้าพลังน้ำ



ความสำคัญของโครงการ
  • สถานการณ์ปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโลกและประเทศไทย รุนแรงมากขึ้นอุบัติภัยเรื้่องฝนแล้ง น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุ ฯลฯ เกิดบ่อยขึ้น สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการทำลายป่าต้นน้ำทั้งทางตรง (ตัดไม้) และทางอ้อม (เปลี่ยนป่าธรรมชาติมาเป็นสวน)
  • ประเทศไทยเคยมีการรณรงค์อนุรักษ์ป่าไม้ในหลายครั้งและหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งการมอบธงพิทักษ์ป่า รักษาชีวิตตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ แต่ในระยะหลัง การสนับสนุนและการขับเคลื่อนเครือข่ายเหล่านี้แผ่วเบาลงไป นอกจากนี้ สังคมยังมีความคาดหวังจากชุมชนต้นน้ำ และท้ายน้ำจะมีส่วนสนับสนุนหรือมีบทบาทในการรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างไร
  • ชุมชนคลองเรือ ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ได้สร้างรูปธรรมของการดำรงชีวิตที่เหมาะสมทั้งต่อตนเองและต่อสังคม ในแง่การรักษาป่าต้นน้ำ การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน การดำรงชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การปลูกพืชแบบผสมผสาน (เกษตร 4 ชั้น) และปลอดสารพิษ รวมทั้งการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชนเพื่อสนองความต้องการไฟฟ้าของคนในชุมชน
  • โครงการการจัดการความรู้ด้านพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พร้อมด้วยความร่วมมือของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยชีวิตเมืองนครศรีธรรมราช) โดยการสนับสนุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคีหลักที่ขับเคลื่อนเรืองโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชน ณ บ้านคลองเรือ เล็งเห็นว่าการสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสรุปบทเรียน และการร่วมกันพัฒนาข้อเสนอนโยบายสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม พลังงาน และอาหารทีมั่นคงยั่งยืน เป็นเรื่องที่สังคมไทยต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ อีกทั้งยังเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับนโยบายของประเทศและหน่วยงานต่างๆ ดังนั้น จึงได้ริเริ่มประสานงานกับภาคีความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งสมัชชาปฏิรูปประเทศไทยเพื่อจัดทำโครงการนี้ขึ้น

วัตถุประสงค์
  1. เพื่อเพิ่มความรู้ ความเข้าใจ และขีดความสามารถของชมชนต้นน้ำ ในการสร้างความสมดุลและยั่งยืนของวิถีชีวิตชนบท บนฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  2. เพื่อสร้างความแข้มแข็งของเครือข่ายชุมชนคนรักป่าและจัดการทรัพยากรธรรมชาติบริเวณต้นน้ำ ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง การศึกาษา และสุขภาพ
  3. เพื่อพัฒนาแนวทางในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรม
  4. เพื่อยกร่างขอเสนอเชิงนโยบายและแนวทางการปฏิบัติรูประบบที่เกี่ยวข้อง อันจะทำให้เกิดความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน วิถีชนบท ทั้งในพื้นที่ต้นน้ำและพื้นที่อื่นๆ ในประเทศ
  5. เพื่อสร้างความตระหนักให้แก่ส่วนรวม เรืองการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยผ่านสื่อสารสาธารณะต่างๆ

โครงสร้างการจัดงาน
  • การจัดเวทีสมัชชาครั้งนี้ ประกอบด้วยกิจกรรมหลักคือ การเรียนรู้มุมมองและแง่คิดใหม่ในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของคนที่อยู่ในพื้นที่ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานในกลุ่มย่อย (ฐานการเรียนรู้) การเยี่ยมชมตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม การแสดงนิทรรศการที่มีชีวิต และการร่วมกันสร้างนโยบายสาธารณะต่อรัฐบาลและสังคม
  • ผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่คือประชาชนที่เป็นแกนนำ หรือสมาชิกของเครือข่ายการพัฒนาต่างๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชน รวมทั้งภาคธุรกิจที่สนใจจะทำ CSR ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และสื่อมวลชน
  • โดยที่สถานที่จัดงานมิใช่ศูนย์การประชุมหรือโรงแรมขนาดใหญ่ หากแต่เป็นพื้นที่สาธารณะในชุมชน พื้นที่ในบริเวณป่า และโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชน ดังนั้น การจัดกิจกรรมและการจัดการเรื่องที่พัก อาหาร ตลอดจนการอำนวยความสะดวกอืนๆ จะมีข้อจำกัด แต่ก็จะพยายามทำให้กระบวนการดำเนินไปอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยใช้งบประมาณอย่างประหยัด
  • เวทีกลางจะเป็นเวทีกลางแจ้ง ดังนั้นจึงต้องจัดกิจกรรมในช่วงค่ำหรือช่วงเช้าเท่านั้น นอกจากนี้ พื้นที่สำหรับดูงาน ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชน พื้นที่ที่ทำเกษตร 4 ชั้น ตลอดจนต้นแบบของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ หรือวิถีชีวิตอื่นๆ ที่สอดคล้องเป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่กว้างขวางนัก จึงต้องมีการแบ่งคนเป็นกลุ่มย่อยๆ หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปชม
  • ส่วนที่พักสำหรับผู้เข้าร่วมงาน จะเป็นการพักอาศัยในบ้านของคนในชุมชนคลองเรือ และกางเต็นท์ในพื้นที่ที่ชุมชนกำหนด (ผู้เข้าประชุมควรเตรียมเต็นท์และอุปกรณ์กันแดด กันฝนมาด้วย แต่หากไม่มีชุมชนจะจัดหาให้)
ตารางกิจกรรมเวทีสมัชชา


ภาคเช้า
(ก่อนเที่ยง)
ภาคบ่าย
(หลังเที่ยง)
ภาคค่ำ
(หลังอาหารเย็น)
25 ม.ค. 55 - ลงทะเบียน (ชุมชนที่เดินทางมาไกล) และดูงานในชุมชน - แลกเปลี่ยนประสบการณ์ตามความสนใจ
26 ม.ค. 55 - ลงทะเบียน และแบ่งกลุ่มเข้าฐานเรียนรู้ (แต่ละชุมชน,เครือข่ายที่มาด้วยกัน แยกกันไปฐานต่างๆ)

- แบ่งกลุ่มดูงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชน และกิจกรรมอื่นๆ ในชุมชน (หมุนเวียนจนครบ)
- เข้าร่วมกิจกรรมฐานการเรียนรู้ (3 ฐาน) แต่ละฐานจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้ง 3 ประเด็น - พิธีเปิด ที่บริเวณสนามหน้าโรงเรียน (เวทีกลาง)

- ปาฐกถาพิเศษ

- กิจกรรมนันทนาการเพื่อสร้างจิตสำนึกการพัฒนาและปฏิรูประบบในสังคม

- (ผู้แทนแต่ละฐานประชุมเตรียมการยกร่างข้อเสนอนโยบายสาธารณะ)
27 ม.ค. 55 - ผู้แทนแต่ละฐาน, ประเด็นนำเสนอร่างนโยบายในเวทีกลาง

- สมาชิกที่เข้าร่วมประชุมให้ความคิดเห็นและลงมติ
- ประกาศปฏิญญา

- พิธีลงนามความช่วยเหลือกันระหว่างบ้านพี่-บ้านน้อง

- พิธีปิด

- เดินทางกลับ


ประเด็นการแลกเปลี่ยน
  • ประเด็นที่ 1 การขยายงานธนาคารต้นไม้ : ในฐานะที่เป็นเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ (และสังคม) กับการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนและวิกฤตทางธรรมชาติ
  • ประเด็นที่ 2 การประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ต้นน้ำ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ความสมดุลเพื่อการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน และอาหารปลอดภัย
  • ประเด็นที่ 3 การจัดการป่าเพื่อสร้างพลังงานชุมชนและการใช้ประโยชน์จากป่าด้านอื่นๆ อย่างฉลาด
แนวทางการทำงาน
  1. ประสานงานหาเจ้าภาพร่วม ออกแบบและเตรียมการจัดเวทีสมัชชา
  2. ประสานงานเครือข่ายต่างๆ เพื่อเข้าร่วมงาน
  3. ขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ
  4. ดำเนินการจัดเวทีสมัชชา
  5. นำมติของสมัชชาเผยแพร่สู่สังคมผ่านสื่อต่างๆ
  6. แต่งตั้งผู้แทนไปเสนอมติที่ประชุมต่อรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  7. ประมวลผล/สังเคราะห์ผล และนำผลเข้าสู่การประชุมสมัชชาปฏิรูปแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2 เดือนมีนาคม 2555

หน่วยงานที่ร่วมเป็นเจ้าภาพ
แบ่งออกเป็น เจ้าภาพหลัก (หน่วยงาน, องค์กร, เครือข่าย ที่ร่วมรับผิดชอบเรื่องงบประมาณ และส่งผู้แทนเข้าร่วมในการวางแผน และจัดการด้านต่างๆ ทุกขั้นตอน ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ อาทิ
  • ประชาชนทุกคนบ้านคลองเรือ, ประชาชนในตำบลปากทรง และองค์การบริหารส่วนตำบลปากทรง
  • อำเภอพะโต๊ะ และจังหวัดชุมพร
  • องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร
  • หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช
  • เครือข่ายธนาคารต้นไม้ และเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
  • สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)
  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
  • คณะกรรมการเครือข่ายปฏิรูปเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร สมัชชาปฏิรูปประเทศไทย
  • ภาควิชาการพัฒนาชุมชน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • โครงการจัดการความรู้ด้านพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ฯลฯ
และเจ้าภาพร่วม หมายถึง ภาคียุทธศาสตร์ที่สนับสนุนการจัดเวทีสมัชชาครั้งนี้ โดยให้การสนับสนุนเรื่องงบประมาณ และการสนับสนุนอื่นๆ แต่มิได้ส่งทีมทำงานเข้าร่วมงานอย่างเต็มรูปแบบ หรือเป็นผู้ที่เข้าร่วมสนับสนุนการจัดการ แต่ไม่มีงบประมาณสมทบ อาทิ
  • มูลนิธิปิดทองหลังพระ
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • เครือข่ายมหาวิทยาลัยชีวิต
  • ศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก
  • คณะกรรมการเครือข่ายปฏิรูปสื่อ สมัชชาปฏิรูปประเทศไทย
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
  • ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริ กองทัพภาคที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (เป็นหน่วยงานที่ดูแลชุมชนที่ได้รับธงพิทักษ์ป่า)
  • เครือข่ายภาคเอกชนที่ส่งเสริมการทำ CSR เรื่องความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลังงาน อาหาร
  • สถาบันการศึกษาที่สอนเรื่องการพัฒนาชุมชน การพัฒนาสังคม
  • ฯลฯ
หมายเหตุ
ยังอยู่ในระหว่างการประสานงาน อาจมีการเพิ่มเติม หรือตัดเจ้าภาพได้ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงสถานะของบางหน่วยงานระหว่างการเป็นเจ้าภาพหลักและเจ้าภาพร่วมในภายหลัง

งบประมาณ
ร่วมสมทบจากหลายหน่วยงาน ทั้งสมทบเงินจัดงาน และ หรือช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้เข้าร่วมประชุม

กลุ่มเป้าหมาย
รวมทั้งสิ้น 984 คน
กลุ่มเป้าหมายหลักของเวทีสมัชชานี้ คือ แกนนำและชาวบ้านในชุมชนต้นน้ำจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากทุกจังหวัดในภาคใต้
  1. ชุมชนที่ได้รับธงพิทักษ์ป่า จากสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
  2. ชุมชน หรือเครือข่ายภาคประชาชนที่หน่วยงานที่ร่วมเป็นเจ้าภาพสนับสนุน
  3. เครือข่ายธนาคารต้นไม้
  4. เครือข่ายชุมชนของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร
  5. เครื่อข่ายโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชน
  6. เครือข่ายสหกรณ์กองทุนสวนยาง
  7. เครือข่ายชุมชนที่ กฟผ. สนับสนุน ได้แก่ เครือข่ายรอบโรงไฟฟ้า เครือข่ายในบริเวณสายส่งไฟฟ้า
  8. นักศึกษาและศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยชีวิต
  9. ชุมชนที่เป็นเครือข่ายของศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนฯ
  10. ชุมชนที่เป็นสมาชิกของเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน
  11. เครือข่ายยมมนา
  12. เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาหารปลอดภัย
  13. เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ป่า น้ำ ดิน)
  14. เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เกษตรกรรมธรรมชาติ เกษตรกรรมไร้สารพิษ และระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
  15. เครือข่ายคนอาสา จิตอาสา
  16. เครือข่ายรักษ์ป่า สร้างคน วิถีพอเพียงภาคใต้
  17. เครือข่าย CSR Club
  18. ผู้แทนสภาเด็กและเยาวชน
  19. นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่สนใจ
  20. เครือข่ายวิชาการที่สนใจเรื่องความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน ความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม การพัฒนาชุมชนและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  21. ผู้แทนหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรพัฒนาเอกชน และธุรกิจเอกชนที่มีอุดมการณ์สอดคล้องกัน
  22. ตัวแทนฝ่ายการเมือง กรรมธิการของ สส. และ สว.
  23. เครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สนใจประเด็นทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง และปลอดภัยของอาหาร และพลังงาน
  24. สื่อมวลชนแขนงต่างๆ
  25. ผู้แทนสภาเกษตรกร
  26. ฯลฯ
ระยะเวลา วันที่ 25-27 เดือนมกราคม พ.ศ. 2555 (วันพุธ- วันศุกร์)

ผลคาดว่าจะได้รับ
  1. จำนวนชุมชนที่สามารถจัดการสมดุลของวิถีชนบท ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิต และจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนเพิ่มขึ้น
  2. เครือข่ายชุมชนคนอยู่กับป่า และอนุรักษ์ป่า ตลอดจนเครือข่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพิ่มปริมาณและคุณภาพในการดำเนินงานมากขึ้น
  3. เกิดความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ มากขึ้น
  4. รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อเสนอนโยบายของสมัชชาไปพิจารณาและเกิดการปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรม
  5. ประเทศไทย ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติลดลง และมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อาหาร สุขภาพ มากขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ
  • ผศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา โทร. 081-8745778 Email: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
  • อาจารย์ประจำภาควิชาการพัฒนาชุมชน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
  • หัวหน้าโครงการจัดการความรู้ด้านพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ฯ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
  • กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการเครือข่ายปฏิรูปเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร สมัชชาปฏิรูปแห่งชาติ
ทีมผู้ประสานการจัดงาน
  1. นายมานพ ประทุมทอง (โครงการการจัดการความรู้ฯ โทร. 086-9999080)
  2. น.ส.นฤมล พฤกษา (โครงการการจัดการความรู้ฯ โทร. 081-5404389)
  3. นางกนกวรรณ เกิดผลานันท์ (โครงการการจัดการความรู้ฯ โทร. 086-6981300)
  4. นายพงศา ชูแนม (หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ โทร. 081-8941973)
  5. น.ส.วันลี ชื่นเกาะสมุย (หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ โทร. 081-3888665)
  6. นายรุ่งโรจน์ ใหม่ซ้อน (หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ โทร. 081-9683893)
  7. นายธำรงค์ มั่นคง (ภาควิชาการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โทร. 081-4865976)
  8. น.ส.ปิยภัทร คุณเจริญ (ภาควิชาการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โทร. 02-6132534)
  9. น.ส. จันทนา เบญจทรัพย์ (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน โทร. 081-8676172)
  10. น.ส.จันทิรา เสพา (เลขานุการ ผศ.ดร.จิตติ มงคงชัยอรัญญา โทร. 085-4453362)
  11. นางธุวนันท์ พานิชโยทัย (คณะกรรมการเครือข่าย คปชก. โทร. 081-8300931)
  12. นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์ (มหาวิทยาลัยชีวิต เมืองนครศรีธรรมราช โทร. 083-1751806)
  13. นายมนัส คล้ายรุ่ง (ผู้ใหญ่บ้านคลองเรือ โทร. 084-8894532, 089-9716478)